Social Network ของ Kobsoft Studio

ยินดีต้อนรับผู้ติดตามข่าวสารทุกท่านผ่าน Blogger ทันทีที่คุณเข้าสู่บล็อกนี้เราหวังว่าทุกคนจะได้รับประโยชน์จาก Tips & Technique ที่เรานำเสนอเกี่ยวกับการประกอบธุรกิจบนเว็บไซต์ งานรับทำเว็บไซต์ ออกแบบเว็บไซต์ บริการโปรโมทเว็บไซต์ ตลอดไปจนถึงการนำเทคโนโลยีต่างๆ เข้ามาใช้สำหรับธุรกิจบนเว็บไซต์

เว็บไซต์ที่ไม่อัพเดท ส่งผลทำให้อันดับตกจริงหรือ?

เรื่องนี้ผมเคยถามตัวเองอยู่เหมือนกันว่า เว็บไซต์ที่ไม่อัพเดท ส่งผลทำให้อันดับตกจริงหรือ? ในทางทฤษฎีถ้าผมเป็น Google ผมก็คงให้อันดับตกนะ บางครั้งเนื้อหาเก่าๆ มันก็ส่งผลดีได้ในช่วงที่ได้รับความนิยม แต่มันอาจจะมีประโยชน์น้อยลงเมื่อกาลเวลาผ่านไป

ผมเคยทดสอบทั้งเว็บที่มีเนื้อหาภาษาไทย และเว็บที่มีเนื้อหาภาษาอังกฤษ ตอนแรกก็อัพเดทอยู่บ้าง 2-3 วันทำการอัพเดทครั้งหนึ่ง Traffic ผู้เข้าชมเว็บไซต์ก็มีสม่ำเสมอ พอเราอัพเดทบ่อยขึ้น บอทก็มาบ่อยขึ้น สถิติผู้เข้าชมก็มากขึ้นตามมานิดนึง ผลการทดสอบเริ่มชัดเข้ามาบ้างว่าการอัพเดทเนื้อหาใหม่ๆ ส่งผลให้มีผู้คนเข้าชมเว็บไซต์ของเรามากขึ้น แน่นอนประเด็นแรกมากจากเนื้อหาใหม่ๆ ที่ Google ชอบ ประเด็นที่สองมาจาก Index ที่เพิ่มขึ้น โอกาสที่มีคนค้นหาแล้วเจอหน้าเว็บเพจเราก็มากขึ้นตามลำดับ

ต่อมาผมลองปล่อยทิ้งเว็บไซต์ไม่อัพเดทไปสัก 1 เดือน ปรากฏว่า Traffic ผู้เข้าชมเว็บไซต์เริ่มคงที่และทยอยน้อยลงทีละนิด พอไม่อัพเดทนานๆ จนเข้าเดือนที่ 2-4 ปรากฏว่า Traffic หายไปกว่า 40-50% เลยล่ะครับ และไม่ใช่แค่เว็บไซต์เดียว เป็นทั้ง 2 เว็บไซต์ทั้งเว็บภาษาอังกฤษ และเว็บภาษาไทยเลย

ผลการทดสอบนี้ทำให้ผมพอจะเดาๆ ได้ว่าการอัพเดทเว็บไซน์นี้มีผลกระทบมากต่อการทำ SEO ในปัจจุบัน ถ้ามันเป็นเนื้อหาที่ได้รับความนิยมอยู่ตลอดเช่นบทความที่ให้ความรู้ที่สามารถใช้ได้ไม่มีที่สิ้นสุด มันก็จะได้รับความนิยมอ่านอยู่ตลอด แต่บางบทความที่เป็นเทรนด์ฮิตเพียงแค่ช่วงเวลาช่วงหนึ่ง พอเวลาผ่านไปบทความนี้แทบจะไม่มีค่าอะไรเลย อันดับมันก็จะตกจนบางทีก็หายไปเลยด้วยซ้ำ ฉะนั้นใครที่ รับทำ SEO อยู่ตอนนี้ คงจะต้องขยันเขียนบทความกันสักหน่อยแล้วล่ะ เพื่อให้เว็บไซต์ของตัวเองมีเนื้อหาที่ติดเทรนด์ใหม่ๆ อยู่เสมอครับ

ผลกระทบจากการปรับ Algorithm Google Penguin 2.0 ต่อการทำ SEO

เป็นที่สร้างความกังวลใจสำหรับนักทำ SEO สายปั่นลิงค์ สำหรับระบบ Algorithm ที่ใช้จัดอันดับผลการค้นหาใหม่ใน Google โดยมีชื่อว่า Penguin 2.0

อันที่จริงแล้วผมเชื่อว่า Google ได้มีการพัฒนาระบบจัดอันดับนี้และใช้มานานสักระยะแล้วตั้งแต่ก่อนจะประกาศใช้ Google Penguin 1.0 ด้วยซ้ำ เพราะก่อนหน้านี้ก็มีเหตุการณ์ผลการค้นหาเอ๋อๆ ไปบ้างเป็นครั้งคราว ซึ่งหากคนที่ทำ SEO อยู่บ่อยๆ จะรู้ว่ามันเป็นเรื่องปกติเวลามีการปรับอันดับครั้งใหญ่มันก็จะขึ้นๆ ลงๆ ก่อนจะกลับมาสู่ภาวะปกติ ซึ่งเรื่องราวที่แท้จริงอาจไม่ได้เป็นอย่างนั้น

หลังจากการปล่อยตัว Penguin ครั้งแรก ผู้คนก็บ่นกันอุบอิบว่าทำไมอันดับถึงร่วง จากเว็บไซต์ที่มีปัจจัยพื้นฐานลิงค์ดี เนื้อหาก็ดีทำไมถึงอันดับแย่กว่าเว็บไซต์ใหม่ๆ บางเว็บไซต์ สิ่งที่เราอาจคาดไม่ถึงเลยก็คือพฤติกรรมในการสร้างลิงค์เชื่อมโยงที่ไม่เป็นธรรมชาติ ซึ่งแน่นอนว่าเรื่องนี้ Google เองคงตระหนักดีว่าอาชีพนักโปรโมทเว็บไซต์หรือทำ SEO อย่างเราๆ จะต้องมีการปั่นลิงค์หรือทำทุกอย่างเพื่อโกงอันดับเป็นแน่ ซึ่งมันขัดต่อนโยบายการให้บริการผลการค้นหาของ Google ที่เค้ามักจะการันตีไว้ว่า "ไม่มีใครสามารถรับประกันอันดับจริงๆ ได้" ซึ่งนั่นก็ยังคงเป็นเรื่องจริงอยู่จนถึงปัจจุบัน

บางครั้งการปล่อย Google Penguin ออกมา โดยเน้นการลงโทษเว็บไซต์ที่มีพฤติกรรมการโปรโมทที่ไม่เหมาะสมเช่นการปั่นลิงค์หรือเนื้อหาก็ถือเป็นเรื่องดีที่จะส่งผลกระทบต่อผลการค้นหาและการแข่งขันที่ดูเป็นธรรมชาติมากขึ้น โดย Matt Cutts ได้บอกเอาไว้ว่ามันจะทำให้ผลการค้นหาเปลี่ยนไปประมาณ 3.1% ของผลการค้นหาทั้งหมด แต่ผมว่าไอ้ 3.1% ที่ว่ามาเนี่ย คือเว็บไซต์ที่มีการทำ SEO ล้วนๆ เลยล่ะ เรียกได้ว่าเว็บไซต์ไหนทำ SEO เว็บนั้นต้องโดนกันเกือบทั้งหมด ในขณะที่ผลการค้นหาจากคำอื่นๆ ทั่วไปมันไม่มีผล

เมื่อเว็บไซต์หลายๆ เว็บที่กำลังโปรโมทอยู่นี้ได้รับผลกระทบก็เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างหนัก บ้างก็ร้องเรียนไปยัง Google ว่า แท้จริงนั้นผลกระทบ 3.1% ที่ว่าดังกล่าว มันคือเกือบๆ 100% ของพวกกลุ่มเว็บไซต์ที่ทำ SEO เว็บไหนใครที่รู้ตัวว่าปั่นลิงค์แล้วอันดับตก ก็น่าจะเข้าใจตัวเอง แต่เว็บไหนที่สร้างลิงค์โดยธรรมชาติแล้วถูกลงโทษติดรากแหไปด้วย ก็ดูเหมือนจะไม่ได้รับความเป็นธรรม จุดนี้ Google คงรวบรวมข้อมูลมาพิจารณาอีกครั้งเพื่อพัฒนามาเป็น Penguin 2.0 ที่การันตีว่าจะกระทบผลการค้นหาเพียง 0.3% เท่านั้น สิ่งนี้อาจเป็นสัญญาณที่ดีสำหรับนักทำ SEO ที่ยังมีความหวังว่าความเข้มงวดในการจัดอันดับจะน้อยลง ในขณะที่ Google เองก็มีการเตือนเป็นนัยๆ ว่า ถ้าใครทำ SEO สายปั่น Black Hat หรือโกง มีสิทธิ์ที่เว็บไซต์ของคุณจะต้องโดนแบนเอาง่ายๆ แน่

"ผมว่าการเดินเกมกันคนละครึ่งทางแบบนี้มันก็เป็นเรื่องที่แฟร์ดีเหมือนกัน เพราะเมื่อเราเจอของโหดมาจนหวั่นๆ แล้ว เชื่อว่านักทำ SEO หลายๆ คนก็คงไม่กล้ารีบปั่นลิงค์กันอีกในช่วงหลังๆ นี้ ซึ่ง Google เองก็คงจะลดปัญหาขยะในผลการค้นหาได้บ้างพักใหญ่ๆ เชียวล่ะ"

ความสวยงามกับระบบเว็บไซต์ที่ดี เลือกแบบไหนจึงจะถูกใจ

ในเรื่องของกระบวนการทำเว็บไซต์นั้นมีเรื่องให้เราต้องคิดมากมายครับ ยิ่งหากเป็นนักท่องเน็ตตัวยง เจอเว็บไซต์มานักต่อนักด้วยแล้ว ยิ่งอยากได้โน่น นี่ นั่น เพื่อสร้างสรรค์เว็บไซต์ที่ดีที่สุดออกมา วันนี้ผมมีข้อสังเกตุซึ่งเป็นประเด็นสำคัญในการทำเว็บไซต์มาฝากครับ

ประเด็นที่ว่านี้ก็คือการที่เราจะต้องเลือกระหว่าง เว็บดีไซน์ และ ออกแบบระบบ ครับ!

ในแง่ของดีไซน์เนอร์ส่วนใหญ่ เว็บไซต์นี้เราสามารถออกแบบมาได้แบบไม่มีใครเหมือนและไม่มีใครกล้าทำเพื่อบ่งบอกความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว อารมณ์ที่ผมว่านี้ก็ยกตัวอย่าง เช่น ถ้าไปเจอเว็บไซต์สักเว็บที่สีสันม่วงปรี๊ดดด แต่สามารถดีไซน์ออกมาได้สวยสุดๆ ทั้งลูกเล่น Slide รูปภาพ เมนู ทุกอย่างมันสวยลงตัวไปหมด การที่เรามีดีไซน์เป็นเอกลักษณ์แบบนี้มันจะบ่งบอกถึงความเจ๋งของการออกแบบเว็บมากครับ ผมเชื่อว่าเวลาใครทำเว็บ ต่างก็อยากได้เว็บที่มีเอกลักษณ์ที่เหมาะสมกับงานด้วยกันทั้งนั้น คงไม่มีใครอยากได้เว็บสำเร็จรูป แบ่ง 2 คอลัมน์ ด้านซ้ายเป็นเมนู ด้านขวาเป็นเนื้อหา มี Header และ Footer จบ

ในแง่ของระบบก็เช่นกัน เป็นส่วนสำคัญอีกข้อที่ไม่ควรมองข้าม เพราะเป็นการขับเคลื่อนการทำงานที่เราจะตอบสนองต่อผู้ใช้งานว่าเราทำเว็บไซต์มาเพื่ออะไร ตรงนี้มีหลายโจทย์มากครับ เช่น เพื่อนำเสนอข้อมูล  เพื่อขายสินค้า เพื่อสมัครสมาชิก เพื่อวิเคราะห์ตลาด หลายคนที่ต้องการทำเว็บนั้นบางทีเราอาจยังไม่รู้ตัวเลยว่าเราต้องการให้เว็บไซต์มีการทำงานที่ตอบสนองส่วนใดของธุรกิจบ้าง บางคนอาจบอกแค่ว่า "อยากทำเว็บเพื่อจะได้มีคนเข้ามาดูข้อมูลในเว็บ" อันนี้นับว่าน่าหนักใจพอสมควรครับ

เข้าประเด็นเลยดีกว่า ปัญหาของการทำเว็บนี่มันจะมีจุดที่เราต้องเลือกอยู่อย่างหนึ่งครับ คือ การทำงานที่จะต้องสามารถตอบสนองความต้องการทางธุรกิจได้เป็นหลัก แล้วปล่อยให้เรื่องอื่นๆ เป็นเรื่องรอง แน่นอนผมเชื่อว่าคนที่อยากจะทำเว็บไซต์สำหรับธุรกิจขึ้นมา จะต้องมีโจทย์หลักๆ ในใจอยู่แล้วว่า ทำเพื่อนำเสนอข้อมูล หรือเพื่อขายสินค้า หรืออื่นๆ แต่การทำงานเหล่านี้ล่ะ มันจะมีรายละเอียดอย่างไรบ้าง มีวิธีการลงสินค้าอย่างไร สินค้าแบ่งเป็นหมวดหมู่ไหม เมื่อผู้ซื้อกดสั่งซื้อแล้วผู้ขายจะเช็คสินค้าได้อย่างไร จะต้องกรอกแบบฟอร์มสั่งซื้ออะไรบ้าง จะชำระเงินอย่างไร จัดส่งอย่างไร ตรงนี้คือ Concept ที่เราควรต้องรู้อยู่แล้วหลักๆ หลังจากนั้นเราก็มาดูว่าระบบเหล่านี้ที่จะต้องเขียนขึ้นมา เราจะออกแบบดีไซน์อย่างไรให้มันใช้งานง่าย สะดวก Easy and Simple และสุดท้าย จะต้องออกแบบให้สวยงาม

จากที่ผมเล่ามานี้มันจะเป็นการทำงานแบบเป็น Step มากครับ ถึงแม้ว่าในการทำงานเว็บไซต์ผมจะต้องส่งแบบให้ลูกค้าดู แต่ก่อนที่จะออกแบบผมก็ต้องรู้ Concept และการทำงานคร่าวๆ มาบ้างแล้ว สุดท้ายแบบที่ทำนั้นเผื่ออาจมีการเพิ่มเติมระบบอะไรเข้าไปอีก มันก็จะยังคงอยู่ใน Theme ที่เราวางไว้แต่แรก

หลายๆ คนมักจะบอกว่า "ถ้าจะทำเว็บสวย ระบบอาจไม่ดี หรือถ้าจะทำเว็บระบบดีๆ เว็บอาจไม่สวย" ผมว่าไม่น่าจะจริงครับ ถ้าเรารู้ Overall ของงาน ผมจะไม่ใช้คำว่าเว็บสวยหรือระบบดีเป็นหลัก แต่ผมใช้คำว่าเหมาะสมและสามารถตอบสนองธุรกิจได้ น่าจะเป็นการตอบโจทย์ได้ดีกว่า

แต่งานบางงานมันก็เข้าใจยากครับ ผมขออนุญาติเรียกว่า ผิด Concept ดีกว่า ยกตัวอย่างเช่นลูกค้าต้องการทำเว็บไซต์ขาย เสื้อผ้า แต่กลับต้องการรูปแบบเว็บเหมือนเว็บบอร์ด เพื่อที่จะได้ตั้งกระทู้ขายสินค้า และให้มีผู้ซื้อมาแสดงความคิดเห็น จากลักษณะจะเห็นได้่ว่าการนำเสนอสินค้าแทนที่จะเป็นรูปภาพ ชื่อสินค้า คุณสมบัติ ราคา ทำออกมาเป็น Item วางขายที่หน้าเว็บ น่าจะดีกว่ามาเป็นชื่อกระทู้ธรรมดาๆ หากต้องการให้มีการสอบถามก็ทำแบบฟอร์มให้ Comment ที่สินค้าก็ได้ และฝากเบอร์โทรศัพท์หรืออีเมล์เพื่อให้เจ้าของเว็บได้ติดต่อกลับ เป็นต้น

อย่างที่บอกนะครับ งานบางอย่างถ้าเลือกดีไซน์ผิด มันก็ทำให้เว็บใช้งานผิด Concept ไปเลย ถ้าหากต้องเลือกระหว่างดีไซน์หรือระบบเป็นหลัก ผมแนะนำว่าเลือกระบบก่อนดีกว่าครับ แล้วค่อยหาดีไซน์สวยๆ ที่มันลงตัวกับระบบ แต่ถ้าหากเลือกดีไซน์ก่อน แล้วเกิดว่าเว็บไซต์ของเรามีระบบไม่เข้ากับดีไซน์ที่เราวาดฝันไว้ อันนี้อาจจะทำให้เราต้องมาปวดหัวในวันหน้าก็ได้นะครับ

จุดประสงค์ของบริการรับทำ SEO แตกต่างจากการทำเว็บไซต์อย่างไร

บ่อยครั้งที่ลูกค้าให้ความสำคัญผิดลักษณะเกี่ยวกับบริการ รับทำเว็บไซต์ และบริการ รับทำ SEO ว่าทั้งสองบริการนี้คือการทำการตลาดออนไลน์ให้กับธุรกิจ หากจะพูดกว้างๆ ก็คือใช่ แต่บริการดังกล่าวจำเป็นจะต้องอาศัยบริการอื่นๆ เข้ามาช่วย เนื่องจากการซื้อขายสินค้าหรือบริการภายในเว็บไซต์นั้นมักจะประกอบไปด้วยปัจจัยหลักๆ 2 ประการ ได้แก่

  1. มีผู้เข้าชมหรือลูกค้าเข้ามาซื้อสินค้าและบริการภายในเว็บไซต์
  2. เว็บไซต์มีสินค้าและบริการที่สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้

ปัจจัยดังกล่าวนี้ขอจำแนกได้โดยข้อแรก ผู้เข้าชมเว็บไซต์จะเกิดได้จาก การตลาดออนไลน์ ซึ่งเกี่ยวข้องกับการโปรโมทเว็บไซต์และการทำ SEO การลงโฆษณา อื่นๆ ฯลฯ สำหรับข้อสองนั้นจะเกิดได้จาก บริการรับทำเว็บไซต์ และหลักการนำเสนอสินค้าเพื่อให้ง่ายต่อการเข้าใจสำหรับผู้พบเห็น

การทำธุรกิจบนเว็บไซต์ให้ประสบความสำเร็จนั้นเราจะขาดปัจจัย 2 ข้อนี้ไม่ได้ ซึ่งเจ้าของธุรกิจส่วนใหญ่ไม่ได้คำนึงถึง บางรายคิดว่าทำเว็บไซต์เพียงอย่างเดียวและจะสามารถแนะนำบอกต่อๆ กันไปจนรู้จักกันอย่างแพร่หลายได้ บางรายคิดว่าโปรโมทเว็บไซต์เพียงอย่างเดียวก็หาผู้เข้าชมเว็บไซต์ได้แล้ว โดยลืมนึกถึงไปว่า ต่อให้มีผู้เข้าชมเว็บไซต์จำนวนมาก แต่หากเว็บไซต์ไม่น่าเชื่อถือ หรือไม่มีสินค้าที่ตรงตามความต้องการ ก็ไม่ก่อให้เกิดการซื้อขายเช่นกัน

การออกแบบเว็บไซต์ตามความรู้สึกของตัวสินค้าและผลิตภัณฑ์

แรงจูงใจที่สำคัญในด้านของการ ออกแบบเว็บไซต์ คงหนีไม่พ้นการคาดคะเนความรู้สึก ของผู้เข้าชม เพื่อให้เกิดความประทับใจ (Impression) ตามความรู้สึกของตัวสินค้า

ความประทับใจที่ว่านี้หมายถึงสิ่งใด? ... ยกตัวอย่าง เช่น "เว็บไซต์ร้านอาหาร" มีการแนะนำเมนูต่างๆ จุดมุ่งหมายก็คือต้องการทำให้ผู้เข้าชมดูหน้าเว็บไซต์แล้วเกิดแรงจูงใจอยากสั่งอาหาร หรืออยากมาทานอาหารที่ร้าน รูปภาพที่ใช้ในการจัดทำเว็บไซต์จะต้องสนองความรู้สึกเหล่านี้ได้เป็นอย่างดี และเป็นสิ่งที่เราไม่ควรมองข้าม

ตัวอย่างที่สอง เช่น "เว็บไซต์ขายประกัน" สิ่งที่ควรคำนึงก็คือภาพลักษณ์ (Image) และความน่าเชื่อถือ บางทีข้อเสนอด้านการบริการที่ดีกว่า ก็สามารถสร้างแรงจูงใจในการเปรียบเทียบบริการระหว่างเรากับคู่แข่งได้

จากสองตัวอย่างข้างต้นจะเห็นได้ว่า การออกแบบเว็บไซต์ที่ดีนั้นไม่ได้บังคับว่าจะต้องมีรูปภาพมากมาย จำนวนเท่าไร หรือหน้าตาเว็บไซต์เป็นอย่างไร แต่จุดที่ต้องคำนึงถึงมากที่สุดก็คือ การสามารถตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคหรือผู้เข้าชมเว็บไซต์ได้ครบถ้วน และมีจุดเด่นในตัวสินค้าและบริการที่เหนือคู่แข่งขัน ยิ่งหากได้มีการสร้างการตลาดออนไลน์ที่ดีด้วยแล้วจัดว่าเป็นข้อได้เปรียบที่เจ้าของเว็บไซต์จะได้ผลตอบแทนที่คุ้มค่าการลงทุนเลยทีเดียว